การทำนา และการปลูกข้าวมีกี่ประเภท

การทำนาถือเป็นอาชีพของชาวไทยมาอย่างช้านาน ด้วยความที่อาหารหลักของคนไทยแต่ดั้งแต่เดิมคือข้าว เมื่อเป็นเช่นนี้อาชีพชาวนาจึงถือว่าเป็นอาชีพที่มีความสำคัญต่อประเทศไทยอย่างมากที่สุด เปรียบได้กับคำที่ว่า ชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ก็ไม่ปาน ซึ่งลักษณะของการทำนาจริงๆ แล้วก็ไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนักแต่ก็ยังมีการแบ่งประเภทของการทำนาเอาไว้ ดังนี้

ประเภทของการทำนาและการปลูกข้าว

  1. ข้าวไร่ – เป็นการปลูกขาวบนที่ดอนไม่มีน้ำขังบริเวณที่ปลูก เช่น ตรงเชิงภูเขาที่พื้นที่มักจะสูงๆ ต่ำๆ ทำให้ปรับหน้าดินได้ยากจึงใช้การปลูกข้าวแบบหยอด ขั้นแรกตัดหญ้าและต้นไม้เล็กๆ ออก ทำความสะอาดพื้นที่ ใช้หลักไม้ปลายแหลมเจาะดินให้เป็นหลุมเล็กๆ 3 ซม. ปากหลุมกว้าง 1 นิ้ว มีระยะห่าง 25×25 ซม. หยอดเมล็ดพันธุ์ลงไป 4-8 เม็ดต่อหลุม แล้วข้าวก็จะโต การปลูกแบบนี้ต้องอาศัยน้ำฝนอย่างเดียวจึงนิยมปลูกฤดูฝน ต้องกำจัดวัชพืชบ่อยๆ ด้วย
  2. ข้าวนาดำ – เป็นการปลูกข้าวอีกแบบหนึ่งซึ่งมีขั้นตอนการปลูกคร่าวๆ ดังนี้
  • เตรียมดินด้วยการไถดะ ไถแปร และคราดดิน แต่ก่อนจะไถต้องให้ดินชุ่มชื้นได้ตามความเหมาะสมเสียก่อน
  • ทำการตกกล้าหรือการนำเมล็ดไปหว่านให้งอกและโตขึ้นมาเป็นต้นกล้าเพื่อนำไปปักดำ ซึ่งการตกกล้าสามารถเลือกทำได้หลากหลายวิธีทั้ง ตกกล้าในดินเปียก, ตกกล้าในดินแห้ง, ตกกล้าแบบตาปก
  • เมื่อต้นกล้ามีอายุ 25-30 วัน ก็สามารถจะถอนเพื่อนำไปปักดำได้ โดยการตกกล้าแต่ละแบบก็จะมีแนวทางในการนำไปปลูกต่างกันเล็กน้อย พื้นที่นาที่ใช้ปักชำควรมีน้ำขัง 5-10 ซม. หากไม่มีน้ำเลยต้นกล้าที่เอาไปปลูกอาจโดนล้มพัดล้มได้แต่ถ้าหากน้ำเยอะเกินไปตอนปลูกต้นกล้าก็อาจจมน้ำได้ในระยะแรกแถมต้นข้าวต้องยืดต้นกว่าปกติก็เกิดการแตกกอน้อยนั่นเอง การปักดำที่ดีต้องปักเป็นแนวตรงกัน เว้นระยะห่างพอสมควร
  1. ข้าวนาหว่าน – เป็นการปลูกข้าวด้วยการเมล็ดพันธุ์ทำการหว่านลงไปตรงบริเวณนาที่ได้มีการไถเตรียมเอาไว้โดยตรง โดยการเตรียมดินก็แบบเดียวกับการทำข้าวนาดำ ส่วนใหญ่จะเริ่มไถกันมาตั้งแต่เมษายนเพราะพื้นที่นาแบบนี้ไม่มีคันกั้นนาทำให้สะดวกในการใช้รถไถจัดการได้เลย

นี่คือวิธีการปลูกข้าวที่หลายคนน่าจะพึ่งเคยรู้แบบแท้จริงอยู่เหมือนกัน นับเป็นวัตถุดิบหลักในการดำรงชีวิตของคนไทยขนานแท้