การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพ่อหลวง

ถึงแม้ว่าประเทศไทยเราจะเป็นประเทศแห่งเกษตรกรรม แต่ด้วยเศรษฐกิจอาจจะทำให้ชาวไร่ ชาวสวนต้องเอาที่นา ที่สวน ที่ไร่ไปจำที่ธนาคาร หรือขายออกไปเพื่อนำเงินมาใช้สอยในชีวิตประจำวันของตน จึงทำให้การทำกินของเหล่าเกษตรกรในตอนนี้ถ้าหากว่า

 

เกษตรพอเพียงลำบากก็คงจะไม่ผิดเท่าไหร่นัก บางคนอาจจะมีไร่ นา สวนเหลืออยู่บ้าง แต่บางคนอาจจะต้องเช่าคนอื่นเพื่อให้ตนเองได้ประกอบอาชีพได้ ด้วยปัญหานี้ถือว่าเป็นปัญหาปากท้องของประชาชนคนไทย เมื่อพ่อหลวง ร.9 ท่านได้รับรู้เกี่ยวกับปัญหา ท่านจึงคิดค้นวิธีการทำการเกษตรเพื่อให้คนไทยนั้นสามารถอยู่ได้โดยไม่ลำบาก ใช้ต้นทุนที่ต่ำลงแต่กำไรได้มากยิ่งขึ้น ดังนั้นท่านจึงได้คิดค้นในการทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ขึ้นมา เพื่อให้เกษตรกรของเราได้ลืมตาอ้าปากได้อย่างทั่วถึง

ถ้าหากจะพูดถึงการเกษตรทฤษฎีใหม่หลายๆ คนคงไม่ทราบว่ามันคืออะไร ทำแบบไหน มีแนวทางในการปฏิบัติ หรือมีประโยชน์ต่อประชากรชาวเกษตรกรรมอย่างไร วันนี้เราจะพาท่านให้มารู้จักกับเกษตรทฤษฎีใหม่กันค่ะ

สำหรับเกษตรทฤษฎีใหม่นี้มีขั้นตอนหลักอยู่ทั้งหมด 3 ขั้นตอน คือ ทฤษฎีใหม่ขั้นต้น ทฤษฎีใหม่ขั้นกลาง ทฤษฎีใหม่ขั้นก้าวหน้า ซึ่งในแต่ละขั้นตอนนั้นก็จะมีหน้าที่ที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

ขั้นที่ 1 ทฤษฎีใหม่ขั้นต้น คือการแบ่งพื้นที่ในการทำการเกษตรของไร่นาตนเองไม่ว่าจะเป็น พื้นดิน หรือบ่อน้ำในพื้นที่ขนาดเล็กของเขานั้นมีประโยชน์สูงสุด โดยจะแบ่งพื้นที่ทั้งหมดที่มีออกเป็น 4 ส่วน ซึ่งจะมีอัตราส่วนดังนี้คือ 30 : 30 : 30 : 10 และในแต่ละส่วนนั้นจะแบ่งไว้เพื่อทำหน้าที่ต่างกันออกไป ดังนี้

30% มีไว้สำหรับทำบ่อน้ำ เพื่อกักน้ำเอาไว้ใช้ในหน้าแล้ว รวมไปถึงการเลี้ยงปลา เป็นต้น

30% มีไว้สำหรับให้เจ้าของที่นาปลูกข้าวกินเองได้ในช่วงฤดูฝน เพื่อสำหรับนำข้าวของตนนั้นมาประกอบเป็นอาหารเพื่อรับประทานได้ตลอดทั้งปี

30% มีไว้สำหรับปลูกพืช ผัก สมุนไพร ผลไม้ต่างๆ เพื่อมีไว้สำหรับประกอบอาหาร ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงนำไปสร้างรายได้ให้กับครัวเรือนอีกด้วย

10 % มีไว้สำหรับเพื่อปลูกที่พักอาศัย ที่เลี้ยงสัตว์จำพวกหมู ไก่ สวนดอกไม้ ถนนหนทาง หรือเป็นโรงเรือนต่างๆ ตามที่ต้องการ

ขั้นที่ 2 ทฤษฎีใหม่ขั้นกลาง คือการรวมใจ รวมแรง รวมพลังกันในชุมชนเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ให้มีรายได้เข้ามา ซึ่งจะแบ่งเป็นหมวดๆ ดังนี้

  1. การผลิต คือการร่วมมือกันในการเพาะปลูก เตรียมดิน เตรียมพื้นที่ หาพันธุ์ไม้ เตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ในการเพาะปลูก
  2. การตลาด คือการเตรียมสินค้าที่ได้จากการร่วมมือกันภายในชุมชน นำมาจำหน่ายเพื่อหารายได้เข้าในชุมชน ให้ชุมชนเป็นพ่อค้าเอง ไม่จำเป็นต้องมีพ่อค้าคนกลาง
  3. ความเป็นอยู่ คือทุกคนในชุมชนจะต้องมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นไม่ลำบาก
  4. สวัสดิการ คืออาจจะมีการจัดตั้งกรรมการชุมชนทำกองทุนไว้สำหรับให้สมาชิกชุมชนใช้จ่ายเมื่อยามจำเป็น
  5. การศึกษา คือในชุมชนจะต้องมีผู้ที่เข้ามาให้ความรู้ หรือมีโรงเรียนเพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนให้กับเด็กๆ ที่อยู่ในชุมชนให้มีความรู้ที่ดี
  6. สังคมและศาสนา ทุกชุมชนนั้นจะต้องมีศูนย์กลางในการยึดเหนี่ยวจิตใจเพื่อให้ทำความดี เช่น ศาสนา เป็นต้น

ขั้นที่ 3 ทฤษฎีใหม่ขั้นก้าวหน้า เมื่อระยะเวลาผ่านไป 2 ปีแล้ว ชุมชนที่ได้เข้าร่วมทฤษฎีใหม่นี้เกษตรกร หรือคนในชุมชนจะต้องมีชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นฐานะ ความเป็นอยู่