เทคนิคการปลูก อาโวคาโด้ ง่ายๆ รายได้ยั่งยืน

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า อาโวคาโด้ เป็นผลไม้เศรษฐกิจที่เจริญเติบโตได้ดีในทุกสภาพพื้นที่ ให้ผลผลิตที่เร็วและดก มีความหลากหลายของพันธุ์ให้เลือก ทำให้มีผลผลิตที่กระจายได้อย่างครอบคลุมตลอดทั้งปี ทั้งยังเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่เรียกได้ว่าสูงมากเลยทีเดียว ให้ค่าพลังงานสูงแต่มีค่าน้ำตาลที่ต่ำ แถมยังมีไขมันที่ดีรวมไปถึงโอเมก้า ซึ่งกระแสนิยมในสมัยนี้ในเรื่องของสุขภาพถือว่ากำลังมาแรงเป็นอย่างมาก จึงทำให้อาโวคาโด้นั้นมีปริมาณความต้องการที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียวทั้งในประเทศและต่างประเทศ

 

วันนี้จะพาทุกคนมารู้จักกับอาโวคาโด้ และวิธีการปลูก และสายพันธุ์ต่างๆ กัน ว่าเป็นอย่างไรอาโวคาโด้นั้นเป็นไม้ยืนต้น ไม่ผลัดใบแต่บางสายพันธุ์นั้นมีการทิ้งใบในช่วงสั้นๆ มีขนาดลำต้นกลางถึงใหญ่ ระหว่างที่ออกดอกทรงพุ่มอาจจะเป็นพุ่มต่ำ ทึบ สมมาตร หรืออาจจะไม่สมมาตร กิ่งเปราะ หักค่อนข้างง่ายเมื่อโดนลมหรือติดลูกมากใบยาว 3 – 6 นิ้ว รูปของใบนั้นมีหลายแบบ ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ใบอ่อนมักจะมีขนสีออกแดง ในใบแก่มักจะมีสีเขียวเข้มดอกจะออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ดอกเป็นรูปแบบสมบูรณ์เพศ สีเขียวอมเหลือง เส้นผ่าศูนย์กลางจะอยู่ประมาณ 1 – 1.3 ซ.ม.

ผลมีเม็ดขนาดใหญ่หุ้มด้วยเนื้อ ผลที่มีลักษณะเหมือนเนย ในต่างประเทศนิยมทานกันในฐานะเนยที่มาจากธรรมชาติเป็นอย่างมากเปอร์เซ็นต์ไขมันในเนื้อนั้นมีตั้งแต่ 3 – 25 % เลยทีเดียว เปลือกของผลอาจมีผิวที่เรียบ หรือ ขรุขระ เมื่อสุก อาจเป็นสีเขียวเข้ม ดำ หรือม่วง ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์อาโวคาโด้นั้นเป็นพืชที่ชื่นชอบดินที่ระบายน้ำได้ดี ไม่ทนต่อน้ำท่วมขัง สามารถปลูกได้ทั้งปี แต่ทางที่ดีควรปลูกในช่วงต้นฤดูฝน ควรจะปลูกแบบยกร่อง ระยะปลูก 8X 6 เมตร ถึง 8X8 สำหรับพันธุ์ รูเฮิล ปีเตอร์สัน แฮส บัคคาเนีย และ 8X10 สำหรับพันธุ์ บูธ 7 และ บูธ 8สำหรับก่อนกลางปลูกนั้นแนะนำให้นำต้นพันธุ์ไว้กลางแจ้งก่อนลงดิน 2 – 3 วัน เพื่อปรับสภาพ ขุดหลุมให้กว้างกว่าดินที่มากับต้นพันธุ์เล็กน้อย เพื่อป้องกันปัญหาโค่นเน่า กลบดินแล้วใส่ปุ๋ยคอก หรือ ปุ๋ยโวก้าอินทรีย์ 1 กำมือ โรยบนดินและทำการค้ำต้นด้วยไม้ไผ่ ใช้ฟาง แกลบ หรือเศษไม้ หรือกาบมะพร้าว คลุมรอบโคนบริเวณหน้าดินเพื่อทำการกักเก็บความชื้น ให้น้ำทุกวันๆ ลิตร15 – 30 ลิตร จนถึงอายุประมาณ 1 ปี จึงลดการให้น้ำเหลือเพียงสัปดาห์ละครั้ง สำหรับต้นที่มีขนาดใหญ่มากให้น้ำเพียงแค่ทุก 15 วันเพียงเท่านั้น และที่ควรระวังมากที่สุดคือการที่โคนต้นจะเน่า ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องใส่ Super Voga บางๆ รอบโคนต้น อาจใช้ร่วมกับสารเคมีอย่าง เมทเทลซิล 100 กรัม หรือ ไรโดมิล 50 กรัม ต่อ 1 ต้น ในทุกๆ 3เดือน หรือใช้ ชีวภัณฑ์ในกลุ่ม ไตรดคเดอร์มา หรือ บาร์ซิลลัส สำหรับอาโวคาโด้ที่เป็นการเสียบยอดนั้น ถ้าดูแลดีจะสามารถให้ผลผลิตได้ตั้งแต่ในปีที่3 ส่วนอะโวคาโด้ที่มีการเพาะมาจากเมล็ดนั้น จะให้ผลผลิตได้ในปีที่ 8 ขึ้นไป หากต้นยังไม่โตมากพอในช่วงปีแรกๆ ควรที่จะทำการปลิดผลทิ้งเพื่อที่จะได้เร่งการเติบโตของลำต้นให้เต็มที่เสียก่อน ไม่งั้นสารอาหารต่างๆ ในดินแทนที่จะไปเลี่ยงลำต้น จะไปเลี้ยงผลผลิตแทน และ หากลำต้นยังไม่แข็งแรงมากพอ อาจจะมีอายุที่ไม่นาน หรือยืนต้นตายได้ ดังนั้นจึงควรที่จะปลิดผลผลิตทิ้งหากลำต้นยังไม่แข็งแรงมากพอ